โมดูลที่ 4
สร้างนวัตกรรมการศึกษาได้ไม่ยากอย่างที่คิด
นิยามของนวัตกรรมทางการศึกษา หมายถึง การนำแนวคิดวิธีการปฏิบัติ หรือสิ่งประดิษฐ์ที่ได้รับการพัฒนา ปรับปรุง หรือดัดแปลงให้มีความเหมาะสม และสอดคล้องกับการนำมาใช้ในการจัดการศึกษาโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อแก้ไขปัญหา เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลและก่อให้เกิดความสำเร็จสูงสุดแก่ผู้เรียน (อัญชลี โพธิ์ทอง และอัปษรศรี ปลอดเปลี่ยว (2542:9)
นักนวัตกรต้องมีครบทั้ง 3 องค์ประกอบ ได้แก่
- Mindset ทัศนคติ
- Toolset การใช้เครื่องมือต่างๆ
- Skillset ทักษะต่างๆ
การสร้างนวัตกรรมสื่อการสอน มี 3 สิ่งที่ต้องนึกถึงและจะต้องสอดคล้องเสมอ ได้แก่
- วิธีการสอน
- สื่อการสอน
- การวัดผล
วิธีการสร้างสื่อให้มีความแตกต่างมี 5 องค์ประกอบ
- นวัตกรรมรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน (New Innovation)
- การนำไอเดีย วัสดุสื่อในรูปแบบต่างๆ มารวมกัน หรือประยุกต์จนเกิดสิ่งใหม่ (Combination)
- การบูรณาการ 2 หรือมากกว่า เช่น การสอนแบบข้ามสหวิชา ภาษาไทย+คณิตศาสตร์ +ทักษะต่างๆ (Integration) ในวิชาเดียวกัน (เนื้อหา + เนื้อหา) + จังหวัด ทำนอง = แต่งเพลง
- นวัตกรรมที่มีอยู่แล้วนำมาทำใหม่หรือปรับใหม่ เช่น การปรับจากช้อนไม้ เปลี่ยนเป็นช้อนโลหะ (Re-Invention)
- การนำสิ่งที่มีอยู่มาประยุกต์ (Adaptability)
หากเราต้องการทำสื่อเพื่อเชิงพาณิชย์ (Unique Selling Point) สิ่งที่จะต้องมี ดังนี้
- แปลกใหม่ ไม่เคยมีมาก่อน
- เคยมีมาก่อนแต่พัฒนาให้ดีขึ้น
- ปรับให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย
- ผนวกหลายๆ ความรู้/ทักษะรวมกัน
- บูรณาการ
- ใช้วัสดุ หรือวิธีการออกแบบที่เหนือกว่า
- พัฒนาทักษะในสมองส่วนหน้า EF
- พัฒนาสมองซีกซ้าย/ขวา
- Learning Style
- พัฒนาจากงานวิจัยชั้นนำ
- เป็นวิชา ทักษะชีวิตที่ไม่ค่อยมีใครทำ
- 5 minds for the future
- Human centered design
- Storytelling
- Gamification
- 7 Steps to behavior changes
- Design thinking
- Engagement strategy
- Grit/ Growth Mindset
ประโยชน์ของความคิดสร้างสรรค์ช่วยในการเรียนการสอนอย่างไร
- ช่วยออกแบบสื่อการสอน
- ช่วยแก้ปัญหาในชั้นเรียน เช่น ปัญหาการอ่านออกเขียนได้ เราจะทำอย่างไร
- ช่วยออกแบบกิจกรรมในชั้นเรียน
- ช่วยสร้างความสนุก สิ่งใหม่ๆ ให้กับผู้เรียน
ความคิดสร้างสรรค์มาจากไหนได้บ้าง
- Social Media
- นิทรรศการ
- โฆษณา
- หนังที่ดี
- เพลงที่ฟัง
- คลาสที่เรียน
- ประสบการณ์ที่ได้รับ
- เรื่องราวที่คนคุยกัน
3 ข้อจำกัดที่จะทำให้ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์
- การกำหนดเวลา
- การให้อุปกรณ์ที่มีจำกัด
- การให้พื้นที่มีจำกัด
นวัตกรรม SCAMPER
S - Substitute การแทนที่ของวัสดุ
C- Combine การรวมวัสดุในการผลิต เช่น การนำตะกร้าเสริมมาในจักรยาน
A- Adapt นำแรงบันดาลใจสิ่งอื่นมาปรับโครงสร้าง
M- Modify/ Magnify/ Minify เพิ่ม/ลดขนาดให้มีความสวยงาม พร้อมใช้งานกับกลุ่มเป้าหมาย
P-Put to another use นำมาใช้ในเป้าหมายอื่นๆ
E-Eliminate / Reduce นำเอาวัสดุบางอย่างออก
R-Reverse / Rearrange นำส่วนประกอบบางอย่ามาจัดเรียงใหม่
*ในการพัฒนานวัตกรรมจะต้องมีการนำหลักการ SCRAMPER + Re-Invention = Modify Institue
6 ประเด็นหลักเพื่อการคิดนวัตกรรมให้รอบด้าน
- Level ระดับชั้นของเด็ก
- Subject เนื้อหาวิชา
- Format รูปแบบสื่อ
- Teachnique เทคนิค
- Method วิธีการใช้
- USP จุดขาย
รวมเทคนิคของการคิดนวัตกรรม
- Combination
- Duplicate
- Reduce
- Re-Invention
- Adaptability
- Substitute
- Eliminate
- Integration
- Gamification
- Storytelling
นวัตกรรมที่ออกมาจะเป็นรูปแบบไหนได้บ้าง
- Online learning
- Worksheet
- CAI
- Card Game
- Toy
- E-book
- Board game
- Model
- Craft
- Wheel
- VDO
- Boxset
- Slide
- AR/VR
- Puzzle
- Website
- Application
หวังว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านจะได้ทั้งแนวคิด และวิธีการสร้างสื่อนวัตกรรมการสอนที่มีประโยชน์ นำไปปรับได้เลยสำหรับห้องเรียนของตนเอง

นวัตกรรม 3R โรงเรียนบ้านปลาดาว
นวัตกรรม 3R เป็นนวัตกรรม ถูกคิดค้นโดย ดร.ริชาร์ด พี ฮ็อกแลนด์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิสตาร์ฟิชเอ็ดดูเคชั่น เนื่องด้วยสภาพปัญหาของนักเรียนโรงเรียนบ้านปลาดาว คือ นักเรียนส่วนใหญ่เป็นเด็กชาติพันธ์ ไม่สามารถอ่านออก เขียนได้ และคิดเลขเป็นได้ นวัตกรรมจึงถูกออกแบบมาเพื่อพัฒนาอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็นด้วยกระบวนการ Active Learning มีเทคนิคให้ครูผู้สอนนำไปปรับใช้ได้อย่างหลากหลายเพื่อปูพื้นฐานทางด้านภาษาได้เป็นอย่างดีโดยมีชุดการเรียนรู้ทั้งหมด 3 ชุด ได้แก่
- ชุดกิจกรรมวิชาภาษาไทย ได้แก่การเรียนพยัญชนะ และมีรูปภาพประกอบ
- ชุดกิจกรรมวิชาภาษาอังกฤษ เป็นการผสมผสานการสะกดคำระหว่างไทย และไทยกริชเข้าด้วยกัน
- ชุดกิจกรรมคณิตศาสตร์ ให้นักเรียนได้รู้จักจำนวน รู้จักนับจุด และนับนิ้วมือ
ชุดกิจกรรมวิชาภาษาไทย : 3 วิธีการสอนนวัตกรรม 3R สอนง่าย สอนสนุก ช่วยให้เด็กอ่านออกเขียนได้ (สำหรับเด็กปฐมวัย และประถมศึกษาตอนต้น)
วิธีการที่ 1: การสอนพยัญชนะด้วยการแบ่งเป็น 4 ชุดย่อย เริ่มจากสิ่งที่ง่ายไปหายาก
- ชุดที่ 1 รูปสัตว์ (12 ตัว)
- ชุดที่ 2 เป็นพยัญชนะที่ใช้บ่อย (12 ตัว)
- ชุดที่ 3 เป็นพยัญชนะที่ไม่ได้ใช้บ่อย (8 ตัว)
- และชุดที่ 4 เป็นพยัญชนะที่ไม่นิยมใช้ (12 ตัว) การเรียนสระ ประกอบด้วย สระ อา อี อู
จุดเด่นของวิชาภาษาไทย คือ การมีชุดคำศัพท์ภาษาไทยพร้อมรูปภาพประกอบ ซึ่งเป็นคำศัพท์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และหนังสือฝึกอ่านภาษาไทย สำหรับเทคนิคในการจัดกิจกรรมพยัญชนะไทย เริ่มจากรูปภาพ บัตรคำ หรือบัตรภาพ
วิธีการที่ 2 : สอนอ่านแบบประสมสระกับพยัญชนะ 2 ชุดแรก (ชุดสัตว์ และชุดที่นิยมใช้บ่อย) เริ่มประสมกับสระ “อา อี อู” ด้วยคำง่ายๆ พยางค์เดียว เช่น มา ชา ดา / ที นี ยี / รู ฮู ปู
*หมายเหตุ จะมีบางคำที่จะต้องออกเสียงสูง โดยคุณครูจะใช้การลากมือไปด้านบนเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการออกเสียงสูง เช่น ขา* สา* ผา* / ผี* สี* / หู* สู* ขู* เป็นต้น
วิธีการที่ 3 : สอนอ่านคำที่มีความหมายจากการอ่านคำที่ประสมสระ “อา อี อู” ได้แล้วเริ่มจากคำง่ายๆ ที่พบเห็นได้ตามชีวิตประจำวัน เช่น จี อยู่ ใน นา
กิจกรรม เรือบก ภาษาพาเพลิน โดยการให้นักเรียนจินตนาการ เพื่อให้นักเรียนหาคำที่ครูกำหนด แล้วให้นักเรียนพายเรือไปหาคำศัพท์ / กิจกรรม อ่านได้ให้เลย ให้นักเรียนออกมาอ่านคำศัพท์ ใครอ่านได้จะได้รางวัล
ชุดกิจกรรมวิชาคณิตศาสตร์ : นวัตกรรมการสอนคณิตศาสตร์ เปลี่ยนวิชาเลขให้ “ง่าย” สอนให้ “สนุก” (สำหรับเด็กปฐมวัย และประถมศึกษาตอนต้น)
เทคนิคการบวกเลขด้วยจุด และนิ้วมือที่เหมาะกับพัฒนาการเด็ก
ขั้นตอนที่ 1: ให้นักเรียนรู้จักค่าของจำนวนตั้งแต่ 0-9 โดยให้นักเรียนบวกเลข
เทคนิค 1: ใช้สิ่งของรอบตัวและเพิ่มจำนวนทีละ 1 เช่น ใบไม้ ขวดน้ำ
เทคนิค 2: สอนให้นักเรียนรู้จักเลข 0-10 ซึ่งแบ่งเป็นชุด
ขั้นตอนที่ 2: ให้นักเรียนบวกเลขตามจุดตั้งแต่ 1-4
เทคนิค 1 : กำหนดจุดที่ตัวเลข (ตรงมุม) และนับต่อ
ขั้นตอนที่ 3 : ให้นักเรียนบวกเลข 5-9 โดยใช้นิ้วมือ
ชุดกิจกรรมวิชาภาษาอังกฤษ : ‘ไทยกริช’ นวัตกรรมการสอนภาษาอังกฤษ โรงเรียนบ้านปลาดาว ช่วยเด็ก ‘อ่านออก จำศัพท์ได้ ใช้ได้จริง’ (สำหรับเด็กปฐมวัย และประถมศึกษาตอนต้น)
ขั้นตอนที่ 1: รู้จักพยัญชนะ 26 ตัว โดยการแบ่งออกเป็นชุด ตั้งแต่ A-Z ทั้งตัวพิมพ์เล็กและพิมพ์ใหญ่ เรียนรู้ตามสีที่กำหนดการอ่านออกเสียง การเรียนพยัญชนะไทยกฤษ(Thaiglish Alphabet)
ขั้นตอนที่ 2: การอ่านออกเสียง ไทยกริช (มีการผสมกันระหว่างภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) เป็นคำศัพท์ที่อยู่รอบตัว เช่น สัตว์ ครอบครัว ร่างกาย อาหาร บ้าน
ขั้นตอนที่ 3: ฝึกอ่านหนังสือ English Reading Book เป็นหนังสือฝึกอ่านภาษาอังกฤษ
ทั้ง 3 ชุดกิจกรรมที่คุณครู และนักเรียนโรงเรียนบ้านปลาดาวได้นำมาแลกเปลี่ยนในวันนี้ คุณครูที่เข้าร่วมกิจกรรมต่างสะท้อนเป็นเสียงเดียวกันว่า “ได้ประโยชน์และได้เทคนิคในการนำไปปรับใช้ได้จริง”

จุดประกายความคิด เติม ต่อ ติดนวัตกรรมสถานศึกษา
มีความท้าทายอย่างมากในโลกปัจจุบันที่เกิดจาก Digital Revolution เช่น เทคโนโลยี AI Big data หุ่นยนต์ เข้ามา disrubt ระบบการศึกษาทำให้มุมมองของการศึกษาที่ถูกเรียกร้องจากภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจให้เราเร่งปฏิวัติวงการศึกษา เพราะตอนนี้เราก้าวผ่านจากโลก VUCA world มาเป็น BANI world ซึ่งเป็นโลกแห่งความผันผวน ไม่แน่นอนเป็นโลกแห่งความกังวล
ยกตัวอย่าง ประเทศญี่ปุ่นมีการเปลี่ยนแปลงเป็นสังคม 5.0 ที่ต้องขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามาช่วยเปลี่ยนแปลงมุมมองความคิดของคน
ประเทศไทยเราจะต้องเตรียมความพร้อมเรื่องคน และทักษะต่างๆ ในการเข้าสู่สังคมยุค 5.0 ซึ่งได้แก่ ยานยนต์อัจฉริยะ telemedicine (การให้บริการด้านสาธารณสุขกับประชาชน) พลังงานทดแทน และ โฮมสมาร์ทซิตี้ต่างๆ เพื่อพัฒนาทักษะของเด็กๆ ให้เตรียมรับมือได้ ซึ่ง OECD ได้ออกทิศทางในการจัดการศึกษาขึ้นมา โดยกำหนดว่าจะต้องมุ่งเน้นสมรรถนะของผู้เรียน ได้แก่ ด้านความรู้ ด้านทัศนคติ และด้านเจตคติให้ร้อยเรียงกัน เพื่อการทำงานในโลกอนาคต
ดังนั้นสิ่งที่การศึกษาไทยจะต้องเปลี่ยนวันนี้ คือ การสอนฐานสมรรถนะซึ่งการปรับเปลี่ยนหลักสูตรจะต้องประกอบด้วย
- เปลี่ยนเป้าหมายของการจัดการศึกษา
- เปลี่ยนโครงสร้างตารางเวลาการจัดการเรียนการสอน เช่น ให้นักเรียนเรียนน้อยลง เพื่อให้นักเรียนได้มีเวลาในการฝึกทักษะมากยิ่งขึ้น
- สร้างรายวิชาขึ้นมาใหม่ในบางหลักสูตร
- ตัดรายวิชา หรือยุบสาระบางสาระ และปรับเนื้อหาใหม่
นอกจากนี้ ในมุมมองของสถาบัน เช่น มหาวิทยาลัย ก็มีเป้าหมายคือการมุ่งเน้นสมรรถนะ และเชื่อมโยงกับการบริหารของโรงเรียน บูรณาการกับสายอาชีพ ซึ่งจะต้องเรียนทั้ง Hard Skill และ Soft Skill ซึ่งอิงตาม CBE Thailand ที่สมรรถนะมีทั้งหมด 6 ประการ ได้แก่
- การจัดการตัวเอง
- ความคิดขั้นสูง
- การสื่อสาร
- การรวมพลังทำงานเป็นทีม
- การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง
- การอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน
เพื่อสร้างเด็กคิดได้ ทำเป็น เห็นคุณค่า
จากการเริ่มต้นปรับเปลี่ยนแนวคิดของผู้บริหาร จึงเริ่มเกิดการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ (Innovation) ขึ้นมา ซึ่งการเป็น ‘นวัตกรรม’ จะต้องมีลักษณะต่อไปนี้ 1) ความใหม่ (New) 2) มีความแตกต่าง (Differentiation) 3) ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Adding) 4) ต้องดีกว่าเดิม (Better)
ตัวอย่าง ‘นวัตกรรม’ ที่ค้นพบจากโรงเรียนในพื้นที่นวัตกรรมจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่
นวัตกรรมที่ 1: นวัตกรรมหลักสูตร ผู้บริหารมีการกำหนดอัตลักษณ์พิเศษของตัวเองและบูรณาการลงไปในรายวิชา เช่น สร้างแผนการเรียนพิเศษขึ้นมา
นวัตกรรมที่ 2: นวัตกรรมการสอนคุณครูมีการสร้างนวัตกรรมการสอน เช่น โครงการ โครงงาน ให้นักเรียนด้วยตนเองได้
นวัตกรรมที่ 3 : นวัตกรรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง เช่น ชุมชนการเรียนรู้ด้วยตนเอง ฐานการเรียนรู้
นวัตกรรมที่ 4: นวัตกรรมการเชื่อมโยงระบบสารสนเทศ เช่น ระบบ LMS การเชื่อมโยง Portfolio ต่างๆ
นวัตกรรมที่ 5 : นวัตกรรมการวัดและประเมินผล
ตัวอย่าง 1) โรงเรียนพิมานเด็กเชียงใหม่
Vision = วิสัยทัศน์ต้องเขียนให้สั้น ทุกคนในโรงเรียนรับรู้ ตอบได้
Curriculum = ปรับหลักสูตรใหม่ ได้แก่ ภาคเช้า วิชาหลัก (ไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ภาษาอังกฤษ) สัมพันธ์กับการสอบ Onet / ภาคบ่าย บูรณาการ 4 กลุ่มสาระที่เหลือ ได้แก่ สังคมศึกษา พละสุขศึกษา การงานอาชีพ จัดการเรียนรู้ตามบริบทของโรงเรียน โดยมี theme ทั้งหมด 8 theme ได้แก่
1. เราคือผู้นำ Proactive
2. โลกผันผวนไร้พรมแดน
3. ภูมิใจภูมิปัญญาอัตลักษณ์เชียงใหม่
4. นวัตกรรมสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อม
5. สังคมพหุวัฒนธรรมสมัยใหม่
6. ความเป็นอยู่ที่ดีในโลกดิจิทัล
7. ความเป็นพลเมืองโลก
8. นวัตกรรมแบบฐานอาชีพ
และมีการเชื่อมโยงกับมาตรฐานตัวชี้วัดโดยใบปพ. จะมี 2 version ซึ่งเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ร่วมกับครูเกิดเป็นนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ชื่อว่า พิมานเด็ก 7 ส ได้แก่ สร้างสถานการณ์เรียนรู้ / สร้างสรรค์ สอบทาน/ สื่อสาร/ สานความรู้/ เสนอผลงาน/ สะท้อนผล
ตัวอย่าง 2) นวัตกรรมการบริหารสถานศึกษา ชื่อ นวัตกรรมการพัฒนาวิชาชีพสำหรับการสอนอาชีวะ
กระบวนการสุดซ่า กำลัง 3 (SUDSx3A)
S = Survey สำรวจ
U = Upskill ครูผู้สอน
D = Develop พัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้
Sx3 = School กระบวนการลงติดตามโรงเรียน
Supervise การนิเทศติดตาม
Share แบ่งปันแลกเปลี่ยนเรียนรู้
A = Asses ประเมินเมื่อครูไปสอนจริงแล้ว
ซึ่งใช้กระบวนการพัฒนานวัตกรรม ได้แก่ PDCA (Plan / DO / Check / Act)
ตัวอย่าง 3) นวัตกรรมการนิเทศเพื่อพัฒนาครูสู่การสอนฐานสมรรถนะ : 3P4E Super PLC Model
เป็นนวัตกรรมที่ให้ผู้บริหารเข้าไปกระตุ้นให้ครูสอนฐานสมรรถนะได้ และมีการทำ PLC
ซึ่งเป้าหมาย คือต้องการพัฒนาสมรรถนะของคุณครู
ตัวอย่าง 4) HOMPOY model นวัตกรรมการบริหารการศึกษา และใช้เครื่องมือดิจิทัลในการส่งงานต่างๆ เพื่อการแลกเปลี่ยนกัน
ตัวอย่าง 5) นวัตกรรมการพัฒนาหลักสูตรสู่อาชีพยุค 5.0 ด้วย “ALPHA” Model
กรอบหลักสูตรเสริมทักษะ ที่มีการปรับหน่วยการเรียนรู้ เพื่อตอบโจทย์อาชีพ 5.0
ตัวอย่าง 6) PLearn Application (เพลิน แอปพลิเคชั่น) นวัตกรรมแพลตฟอร์มดิจิทัล สนับสนุนการเรียนรู้ PLearn Application (เพลิน แอปพลิเคชั่น) #แอพเดียวพอ ไม่ต้องขอเพิ่ม ใช้แนวคิดของ 9P’s ได้แก่ Practice / Playing / Platform เป็นแอปพลิเคชั่น เพื่อรวบรวมแหล่งความรู้ต่างๆ ไว้ในที่เดียว คุณพ่อคุณแม่สามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้
สรุปการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนจึงมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น ผู้บริหารจึงจำเป็นต้องมี
- วิสัยทัศน์
- เติมเต็มความรู้และความเข้าใจของตนเองเสมอ
- มีทักษะ และลักษณะที่จำเป็น เพื่อให้เกิดการผลักดันให้คุณครูเรียนรู้ได้
ทางทีมวิทยากรหวังว่าความรู้ในการแลกเปลี่ยนกันในวันนี้ ผู้บริหารทุกท่านจะสามารถนำไป เติม เติมความรู้หรือมุมมองใหม่ๆ ในการศึกษายุคปัจจุบันและต่อ ปะติดปะต่อ และเชื่อมโยงนวัตกรรมให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นสุดท้าย ติด คือ ฟังแล้วติดใจ สามารถนำประเด็นไปขยายต่อได้ทั้งนี้ จึงขอทิ้งคำถามแลกเปลี่ยน เพื่อการนำแนวคิดการสร้างนวัตกรรมการบริหารสถานศึกษาไปปรับใช้
- ผู้บริหารโรงเรียนยุคดิจิทัลในปัจจุบันและอนาคต ควรได้รับการเติมเต็มและพัฒนาตนเองในเรื่องใดบ้าง
- รูปแบบหรือวิธีการในการพัฒนาควรเป็นอย่างไร
- ระยะเวลาและช่วงเวลาในการพัฒนา ควรเป็นอย่างไร



