โมดูลที่ 2
ทักษะที่จำเป็นต่อการบริหาร
“ผู้บริหารสถานศึกษาต้องรู้จักทิศทางของตัวเอง และทิศทางนานาชาติว่าจะไปในทางไหน และต้องตีโจทย์นโยบายการศึกษาที่ให้กลับมาสู่ห้องเรียน โรงเรียนของตนเอง ผู้บริหารต้องปรับ Mindset ของตนเอง รู้จักชั้นเรียน รู้จักครู และรู้จักวิธีการสอน ที่สำคัญต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง การที่จะทำให้ครูกล้าเปลี่ยนแปลง ได้ผู้บริหารต้องเป็นผู้นำ หาจุดเปลี่ยนให้แก่องค์กร การศึกษาชั้นเรียนเป็นทักษะแรกๆ ที่ผู้บริหารต้องเข้าไปมีส่วนร่วม และต้องไม่ให้ครูอึดอัด”
ทักษะที่ผู้บริหารสถานศึกษาต้องมี
หลักสูตรสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาไม่ค่อยมีปรากฏให้เห็น และต่อให้มีในทางปฎิบัติอาจทำได้ยาก เพราะลักษณะสังคมไทย “ผู้บริหารสถานศึกษา ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงบริหาร จัดการชั้นเรียน พัฒนาครู ดูแลเด็กอย่างเดียว” แต่มีหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวกับครู นักเรียน และโรงเรียนอีกมากมาย
ทักษะที่ผู้บริหารสถานศึกษาต้องมีในศตวรรษที่ 21 เพื่อนำไปสู่การพัฒนาครู พัฒนาเด็ก มีอยู่ 5 ทักษะสำคัญๆ ดังนี้
1.ผู้บริหารต้องปรับตัว หูไวตาไว รู้ทิศทางของตนเองว่าจะบริหารสถานศึกษาอย่างไร และติดตามข่าวสาร นโยบายการศึกษาในระดับต่างๆ ซึ่งทุกนโยบายส่วนใหญ่ต้องการให้การพัฒนาไปสู่ห้องเรียน
2.ทักษะในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในห้องเรียน ผู้บริหารสถานศึกษาต้องมีทักษะในการวางแผน การจัดการ การกำหนดกลยุทธ์
3.ทักษะการเป็นผู้นำทางวิชาการ ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญอย่างมาก เพราะผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องไม่ใช่เพียงกำหนดกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ เท่านั้น แต่ต้องมีทักษะจัดการเรียนรู้ เข้าใจจิตวิทยาการเรียนรู้ของเด็ก และเพิ่มประสิทธิภาพของครูในโรงเรียน
4.ทักษะศึกษาห้องเรียน เป็นผู้บริหารต้องรู้จักห้องเรียน และต้องลงไปดูห้องเรียนแล้วสามารถแยกได้ว่าห้องเรียนแบบไหน ครูคนไหนสอนเป็นเช่นไร ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ผู้บริหารห่างเหินมานาน
5.การเป็นโค้ชชิ่ง (Coaching) ทำอย่างไรถึงเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการสอนครู โดยครูก็ต้องมีความสุขในการทำงานร่วมด้วย ผู้บริหารอย่าใช้อำนาจในการสั่ง เพราะวิธีนี้ไม่ค่อยได้ผล แต่ต้องเป็นพี่เลี้ยงช่วยครู ต้องฝึกใช้คำพูด คำถามที่กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ โค้ชที่ดีต้องไม่สั่ง ไม่สอน ไม่ให้คำตอบ และชื่นชมให้กำลังใจเมื่อคุณครูทำในสิ่งที่ถูก
อย่างไรก็ตาม การจะปฎิรูปการศึกษาให้สำเร็จได้ต้องแก้ที่จุดเกิดขึ้น ซึ่งจุดเกิดเหตุคือห้องเรียน เพราะครูและนักเรียนอยู่ในห้องเรียน ฉะนั้น ต่อให้มีนโยบายใหม่เข้ามาใหม่ ผู้บริหารสถานศึกษาต้องให้ความสำคัญสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องเรียน และต้องรู้จักสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ให้ได้อย่างเหมาะสม
ดร.ศุภโชค ปิยะสันต์
ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี
10 ทักษะสำคัญ
ของผู้บริหารโรงเรียนที่ดี
ผู้บริหารโรงเรียน คือบุคคลสำคัญสำหรับการพาโรงเรียนเดินไปข้างหน้า โดยเฉพาะในระบบการประเมินวิทยฐานะว.PA ที่มีเป้าหมายให้คุณครูกลับมาสู่ห้องเรียน และผู้บริหารต้องปรับวิธีการประเมินให้เป็นการประเมินเพื่อพัฒนาที่แท้จริง ลดเอกสาร ลดภาระงานต่าง ๆ ของครู สามารถรับฟังปัญหาต่าง ๆ และช่วยครูแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้
1. มีความเป็นผู้นำ
ผู้บริหารโรงเรียนต้องดูแลคนจำนวนมาก และยังเป็น ‘สื่อกลาง’ (Mediator) ระหว่างนักเรียน คุณครู และผู้ปกครองด้วย ดังนั้น ในฐานะของผู้บริหารจึงต้องมีลักษณะของผู้นำที่เข้มแข็ง น่าเชื่อถือ และน่าเคารพ (Strong Leader) ที่จะทำให้นักเรียน คุณครู หรือผู้ปกครองมีความเคารพ และรับฟังในสิ่งที่ผู้บริหารพูด
ยิ่งถ้าผู้บริหารเคยมีประสบการณ์ในการเป็นหัวหน้าในฝ่ายอื่น ๆ มาก่อน อย่างเช่น เป็นหัวหน้าแผนกการออกแบบหลักสูตร (หรือถ้าในเมืองไทยอาจจะหมายถึง หัวหน้าวิชาการ) ก็จะมีประโยชน์ต่อการบริหารเป็นอย่างมาก เพราะมีโอกาสได้ฝึกทักษะการเป็นผู้นำในทีมเล็ก ๆ ก่อนที่จะมาเป็นผู้บริหารโรงเรียน ที่ต้องดูแลทุกคนในโรงเรียน
ลองตีความเพิ่มเติมจากคำว่า ‘สื่อกลาง (Meditor)’ ที่บทความนี้ใช้ถ้าในบริบทของไทย น่าจะหมายถึง ผู้บริหารจะต้องเป็น ‘คนที่เป็นกลาง’ ที่จะคอยรับฟังความทุกข์ ความสุข ของทุกฝ่าย และช่วยแก้ไขปัญหาเพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรม .webp)
ที่นี้ลองกลับมาสำรวจตัวเองดูค่ะ หากเราเป็นผู้บริหารโรงเรียน เราได้ทำหน้าที่ผู้นำ และเป็น ‘สื่อกลาง’ ที่ดีหรือยัง ?
2. พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนและเปลี่ยนแปลง
หนึ่งในหลาย ๆ ทักษะที่นักการศึกษา หรือคนในแวดวงการศึกษาต้องมี ไม่เฉพาะแค่ผู้บริหารเท่านั้น ก็คือ ‘ความสามารถที่ปรับเปลี่ยนและเปลี่ยงแปลง’ เพื่อไปสู่สิ่งใหม่ได้เสมอ เพราะเราอยู่ในโลกที่เทคโนโลยีมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และมีวิธีการสอนแบบใหม่ ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา
ดังนั้นผู้บริหารต้องนำโดยการเป็นแบบอย่างที่ดี (Lead by Example) และไม่กลัวที่จะเปลี่ยนแปลง ในทางตรงกันข้าม ต้องเป็นผู้ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงผ่านการนำเทรนด์ใหม่ ๆ หรือเทคโนโลยีให้เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบเนื้อหา และวิธีการสอน
3. มีทักษะด้าน IT
ทักษะนี้เริ่มมีบทบาทที่เด่นชัดขึ้นหลังจากเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 หลาย ๆ โรงเรียนจะต้องเรียนออนไลน์กันหมด เพราะฉะนั้นผู้บริหารควรมีทักษะด้าน IT เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับคุณครู
หรือถ้าหากผู้บริหารไม่ได้มีทักษะนี้ตั้งแต่แรก แต่อย่างน้อยผู้บริหารจะต้องมีการเปิดใจ พร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ แสดงออกมาให้คุณครูเห็นว่า ไม่รู้ก็ไม่เป็นไร เรามาพร้อมเรียนรู้ด้วยกันนะ
สนใจอยากเรียนรู้คอร์สเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ สามารถเรียนฟรีได้ที่ bit.ly/3IzN1z8
4. มีทักษะการสื่อสาร
ด้วยความที่ผู้บริหารจะต้องติดต่อ สื่อสารกับผู้คนที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ผู้ปกครอง นักเรียน หรือบุคลากรคนอื่น ๆ ในโรงเรียน ผู้บริหารจึงจำเป็นต้องแน่ใจว่า ตัวเองได้สื่อสารข้อมูลที่จำเป็น และเลือกช่องทางสื่อสารกับบุคคลนั้นได้อย่างเหมาะสม
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าจะต้องสื่อสารกับนักเรียน ก็จะต้องใช้วิธีการสื่อสารที่แตกต่างกับครู หรือผู้ปกครอง หรือถ้าจะต้องสื่อสารกับผู้ปกครอง ผู้บริหารอาจจะต้องส่งจดหมายข่าวรายสัปดาห์ เนื้อหาที่ส่งอาจจะเป็นกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น หรือผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน ส่วนถ้าจะต้องสื่อสารกับทีมงาน ผู้บริหารอาจจะต้องส่งแผนงาน หรือข้อมูลที่ทีมงานทุกคนควรรู้เกี่ยวกับนักเรียนเป็นรายสัปดาห์ เป็นต้น
นอกเหนือจากการสื่อสารข้อมูลที่จำเป็น และเลือกช่องทางที่เหมาะสมในการสื่อสารแล้ว สิ่งที่สำคัญมาก ๆ ในการสื่อสารคือ ‘วิธีการที่สื่อสาร’ เช่น น้ำเสียง ท่าที หรือเป้าหมายในการสื่อสาร ลองให้ผู้บริหารสังเกตตัวเองว่า ทุกวันนี้เราสื่อสารกับผู้อื่นแบบไหน เช่น เราสื่อสารในรูปแบบของคำสั่งมากเกินไปหรือเปล่า หรือ สื่อสารเชิงลบมากกว่าเชิงบวก เป็นต้น
หากอยากฝึกเรื่องของการสื่อสาร สามารถเข้าไปอ่านบทความ I Statement การสื่อสารที่ช่วยลดความบาดหมางในครอบครัว bit.ly/3MuSSZ9 ที่ผู้บริหารสามารถนำไปปรับใช้กับทุกคนได้ค่ะ
5. พร้อมที่จะมอบหมายงานให้ผู้อื่นทำแทน
คงเป็นความเข้าใจผิดบางอย่าง หากจะบอกว่าผู้นำที่ดีต้องเป็นคนที่สามารถทำได้ทุกอย่างด้วยตัวเอง ในทางตรงกันข้าม ผู้นำที่ดี หรือผู้บริหารที่ดีควรรู้ว่าจะมอบหมายงานบางงานให้กับใครเป็นผู้ทำแทน หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ มอบหมายงานที่ใช่ ให้กับคนที่ใช่ (Put the right man to the right job)
นอกเหนือจากการมอบหมายให้ผู้อื่นทำแทน สิ่งหนึ่งที่ผู้บริหารจะต้องมีก็คือ ความไว้ใจ (TRUST) ในตัวบุคลากร คุณครู และนักเรียน ในการให้พวกเขาทำงานบางอย่างให้สำเร็จ โดยที่มีผู้บริหารคอยทำหน้าที่เป็นโค้ช (Coach) คอยแนะนำและคอยช่วยเหลือ
6. กล้าตัดสินใจ มีความเด็ดขาด
การที่ผู้บริหารมีความกล้าตัดสินใจ จะทำให้ทั้งบุคลากร และนักเรียนรู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ กำลังมุ่งหน้าไปทางไหนยิ่งไปกว่านั้น การที่ผู้บริหารกล้าตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด และรวดเร็ว มันหมายถึงว่าปัญหาที่เรากำลังเผชิญอยู่นั้น จะถูกแก้ไขได้อย่างรวดเร็วด้วย
แต่ก็อย่าลืมว่า การตัดสินใจที่เร็ว ไม่ได้หมายถึงว่านั่นคือการตัดสินใจที่ดี ผู้บริหารจะต้องมีข้อมูลที่มากพอ ก่อนที่จะตัดสินใจ
7. มีทักษะการแก้ปัญหา
ทักษะการแก้ปัญหา เป็นทักษะที่สำคัญมากสำหรับผู้บริหาร ซึ่งผู้บริหารทุกคนจะต้องพบเจอปัญหาที่หลากหลายอยู่แล้วในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาของนักเรียน ปัญหาของบุคลากรในโรงเรียน หรือปัญหาของคุณครู เพราะฉะนั้นหน้าที่หลักของผู้บริหาร ก็คือการช่วยพวกเขาแก้ปัญหา
8. จัดลำดับความสำคัญให้เป็น
ต่อเนื่องจากข้อที่ 7 ในขณะที่ผู้บริหารได้ยิน หรือได้พบเจอปัญหาต่าง ๆ มากมายในแต่ละวัน แต่อย่าลืมว่า ทุกเรื่องไม่ได้มีความสำคัญที่เท่ากัน เพราะฉะนั้นการจัดลำดับความสำคัญของปัญหา หรือประเด็นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันนั้น เป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เพื่อที่จะให้ปัญหาแต่ละเรื่องถูกจัดการได้อย่างรวดเร็วและเป็นไปได้มากที่สุด
9. มีความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น
การปฏิบัติงานที่โรงเรียนที่มีทั้งนักเรียน ผู้ปกครอง และบุคลากรที่มีพื้นฐานทางสังคมที่แตกต่างกัน ในฐานะของผู้บริหาร จะต้องมีความเข้าอกเข้าใจในเรื่องนี้ ถึงแม้ว่าผู้บริหารอาจจะไม่เคยมีประสบการณ์แบบเดียวกันมาก่อนผู้บริหารควรมีทักษะในการรับฟังปัญหา และให้คำปรึกษาได้
ผู้บริหารที่มีบุคลิกที่พร้อมรับฟัง เปิดกว้าง ดูเข้าถึงง่าย จะทำให้ทุกคนสามารถไว้วางใจพร้อมที่จะพูดคุย ซึ่งจริง ๆ
10. เข้าถึงได้ ปรากฏตัวให้เห็นบ่อย ๆ
การที่ผู้บริหารปรากฎตัวให้ครู นักเรียน หรือผู้ปกครองเห็นบ่อย ๆ นั้น นอกจากจะช่วยให้ดูเป็นคนที่เข้าถึงได้แล้ว ยังทำให้ทั้งครู นักเรียน หรือผู้ปกครองสามารถเข้ามาพูดคุย ปรึกษาหารือ และรู้จักชุมชนโรงเรียนที่อยู่ได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นโอกาสสำหรับผู้บริหารด้วยเช่นกัน ที่จะได้รับฟังความต้องการของครู นักเรียนและผู้ปกครอง

